The Diamond of Modern Marketing: บทเรียนจาก Lady Whistledown เมื่อ “ข้อมูลที่ใช่” คืออำนาจที่แท้จริงจากซีรีย์ Bridgerton
Feb 26, 2026
Blog
AnyMind Group
Download: State of Influence in Asia 2021 report now
ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตในเรื่องการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์ หรือ Influencer Marketing สูงสุดในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ว่าได้ จากจำนวนประชากรที่มีการเข้าถึงการใช้อินเตอร์เน็ตและมีอุปกรณ์เชื่อมต่อที่ดีขึ้น ทำให้มีความประชากรมีความพร้อมที่เข้าสู่แพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียอย่าง Facebook, LINE, และ Instagram ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น จนทำให้ประชากรบนโลกดิจิตอลเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ด้วยอัตราผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่มากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่การทำการตลาดส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ช่องทางดิจิตอลมากขึ้นตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา อ้างอิงจากรายงานของ Digital Advertising Association of Thailand (DAAT).
ในปี 2563 สถิติจาก We Are Social and Hootsuiteแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตถึง 75% ของประชากรทั้งหมด หรือ 52 ล้านคนในเดือนมกราคม 2563 ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่ตรงกันกับจำนวนผู้มีบัญชีการใช้งานโซเซียลมีเดียในประเทศไทย (52 ล้านบัญชีเช่นกัน) และในรายงานสถิติอันเดียวกันยังเน้นอีกว่า ผู้ใช้โซเซียลมีเดียมีเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านคน หรือ อัตราการเติบโต 4.7% ในช่วงเดือนเมษายน 2562 ถึงมกราคม 2563 ที่ผ่านมา
ไม่ใช่เพียงเท่านั้น อัตราการใช้อินเตอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันคือ 9 ชั่วโมง โดยสามารถแบ่งเป็นการใช้งานโซเซียลมีเดียเฉลี่ยได้ 3 ชั่วโมง หรือ คืออัตราส่วนที่ 12.5% ต่อวัน ไม่มีการพักเลยทีเดียว!
สถิติเหล่านี้อาจจะดูน่าเหลือเชื่อ แต่ถ้าเราถามต่อว่า พวกเขาใช้อินเตอร์เน็ตตั้ง 9 ชั่วโมงไปกับอะไรมากที่สุดละ?
คงต้องยกให้ Facebook และ Youtube ที่จับผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทุกคนอย่างอยู่หมัด เพราะกว่า 94% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตใช้เวลาอยู่กับ 2 โซเซียลมีเดียนี้มากที่สุด ในขณะที่ Instagram, Twitter และ Tik Tok เป็นแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียที่อัตราการเติบโตเร็วที่สุดและเข้าเป็น Top 5 อันดับของโซเซียลมีเดียที่คนใช้เยอะที่สุดในประเทศไทย
“แล้วสถานการณ์ของการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์เป็นอย่างไรบ้าง?” จากข้อมูลบนแพลตฟอร์ม AnyTag (formerly known as CastingAsia) อินฟลูเอนเซอร์มีช่องทางเด่นสุดเยอะสุดบน YouTube ตามมาด้วย Facebook และ Instagram ในไม่กี่เดือนที่ผ่านมาอินฟลูเอนเซอร์gเพิ่มขึ้นอย่างมากในแพลตฟอร์ม Tik Tok
อีกทั้งในปีที่ผ่านมา ดาราหรือเซเลบบริตี้ และเหล่าคนโปรไฟล์ดังๆ ในโลกออนไลน์ต่างเริ่มผันตัวมาทำคอนเทนในโซเซียลมีเดียมากขึ้นอย่างมาก เพื่อเป็นอีกช่องทางในการพูดคุยและสร้างฐานแฟนๆ ของพวกเขา ผ่านการใช้ช่องทางโซเซียลมีเดีย (และก็ประสบความสำเร็จกันอย่างมากอีกด้วย) แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ก็มี Nano และ Micro อินฟลูเอนเซอร์ (อินฟลูเอนเซฮร์ที่มีผู้ติดตามเริ่มตั้งแต่หลักพันถึงหมื่น) เพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศไทย ตามอัตราการเติบโตของโซเซียลมีเดียนั้นเอง
แล้วใครบ้างที่เลือกใช้การตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) ในประเทศไทย? หากจะมองว่าสินค้าหรือธุรกิจประเภทไหนบ้างที่ใช้การตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์อย่างลึกซึ้งที่สุดและถือเป็นแถวหน้าของเมืองไทย คงหนีไม่พ้นสินค้าและธุรกิจประเภท FMCG หรือ สินค้าอุปโภคบริโภค, ความสวยความงาม, e-commerce ซื้อขายออนไลน์, ยานยนต์, เกมส์มิ่ง, แกดเจ็ต Gadget, ห้างร้านต่างๆ และ การเงินต่างๆ ซึ่งก็ตรงกับรายงานของ DAAT เรื่อง “2019 Top Industry Spending” หรือประเภทธุรกิจที่ใช้งบประมาณในการตลาดดิจิตอลมากที่สุดเช่นกัน
คอนเทนของอินฟลูเอนเซอร์ที่ผลิตให้กับสินค้าและธุรกิจประเภท FMCG หรือ สินค้าอุปโภคบริโภค, ความสวยความงาม, เกมส์มิ่ง และ ยานยนต์ ได้รับการมีส่วนร่วม หรือ Engagement มากที่สุด สอดคล้องกับเทรนด์การชอบแชร์ต่อ และบันทึกโพสเก็บไว้อ่านทีหลัง
สำหรับการทำการตลาดแบบ Full Funnel ขั้นตอนการตลาดเริ่มแรกในส่วนของ Clicks (คลิก) และ Conversions (คอนเวอร์ชั่น; จำนวนยอดขายหรือการเปลี่ยนจากคนจะซื้อมาเป็นลูกค้าจริงของเรา) เทรนด์นี้ในตลาดไทยเหมือนกับตลาดญี่ปุ่นและอินโดนีเชีย ที่จำนวนผู้ติดตาม Followers หรือ จำนวนการมีส่วนร่วม Engagement ไม่จำเป็นต้องสัมพันธ์กันกับจำนวนคลิกและคอนเวอร์ชั่น แต่กลับไปสัมพันธ์กันกับจำนวนการแชร์แทน เมื่อมีจำนวนการแชร์สูงก็มียอดจำนวนการคลิกที่สูงขึ้นเช่นกัน อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดจำนวนการคลิกสูงขึ้นมาจากพฤติกรรมการโพสของตัวอินฟลูเอนเซอร์ อินฟลูเอนเซอร์ที่ที่โพสคอนเทนประเภทเดียวกันบ่อยๆ อย่างสม่ำเสมอมียอดจำนวนการคลิกที่สูงกว่าตามไปด้วย
อีกส่วนสำคัญในการทำการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์คือการเข้าใจข้อมูลเชิงลึกของตัวอินฟลูเอนเซอร์เองและข้อมูลของผู้ติดตามโซเซียลมีเดียของอินฟลูเอนเซอร์นั้นๆ โดยวิเคราะห์ไปถึงเนื้อหาคอนเทนที่อินฟลูเอนเซอร์นั้นแชร์กับผู้ติดตามของตน เพื่อให้แนวทางการทำคอนเทนในการทำการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ของเราสอดคล้องกับเนื้อหาที่ผู้ติดตามของอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นๆ สนใจ และไม่ทำให้พวกเขาเลื่อนผ่านคอนเทนแบรนด์ของเราไป
อินฟลูเอนเซอร์และเทรนด์การใช้อินฟลูเอนเซอร์ เราจะมาเจาะลึกข้อมูลจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ในเครือของ AnyTag กันหน่อย อินฟลูเอนเซอร์ในหมวดไหนที่ได้รับความนิยมในการเลือกใช้บ่อยที่สุดในประเทศไทย เราเรียงลำดับได้ ดังนี้ อันดับแรกยกให้ Arts & Entertainment หรือ หมวดบันเทิง ตามมาด้วย Fashion & Lifestyle หรือ แฟชั้นและไลฟ์สไตล์ (ใช้ชีวิตทั่วไป) และก็เข้าสู่ Top 5 แบบไม่หนีกันเลย คือ Beauty ความสวยความงาม, Travel ท่องเที่ยว และ Food อาหาร ทั้งกินและทำนั้นเอง
หากดูความสัมพันธ์ของจำนวนผู้ติดตามและอัตราการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดตามโซเซียลมีเดียแพลตฟอร์มในประเทศไทย เราจะพบว่า instagram จะมีอินฟลูเอนเซอร์อยู่ 2 กลุ่มที่น่าใช้ คือ อินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามอยู่ระหว่าง 1,000 – 30,000 กับ 100,000 – 150,000 คน ในขณะที่ Facebook กลับเป็นอีกขั้วไปเลย คือกลุ่มที่น่าใช้จะมีผู้ติดตามอยู่ที่ 5,000 – 15,000
เคล็ดไม่ลับจากทีมการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์ประเทศไทย การใช้อินฟลูเอนเซอร์ทำการตลาดส่วนใหญ่จะทำเพื่อการตลาดในส่วนของการสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่ร่วมเป็นส่วนใหญ่ หรือ ด้านบนของ Marketing Funnel ดังนั้น การใช้โซเซียลมีเดียที่ง่ายกับทุกแบรนด์และ ใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อสร้างสรรค์คอนเทน ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายเพราะรู้สึกเข้าถึงได้มากกว่าแบรนด์ทำโฆษณาที่พวกเขาอาจจะเลื่อนผ่านไปเฉยๆ จึงเป็นการตลาดทางใหม่ที่น่าจับตามอง
ในเมื่อตอนนี้การสร้างคอนเทนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะมือถือที่ถ่ายวีดีโอ 4K ได้ หรือเครื่องมือถ่ายทำที่มีราคาถูกลง ทำให้จำนวนอินฟลูเอนเซอร์หรือผู้สร้างคอนเทน ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในเมืองไทยและทั่วโลก เทรนด์นี้คงไม่หยุดลงง่ายๆ แน่ๆ และอินฟลูเอนเซอร์จะยังแข่งกันทำคอนเทนที่ฉีก โดนเด่น และสร้างสรรค์กันไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ติดตามและการมีส่วนร่วมให้กับโซเซียลมีเดียของตนต่อไป จึงกลายเป็นโอกาสของทุกแบรนด์ที่จะเลือกใช้พวกเขาในการทำการตลาด
แต่ในอีกมุมเราก็อาจจะมองว่า ถ้ามีคนสร้างคอนเทนกันเยอะแยะมากมายขนาดนี้ คอนเทนก็ต้องล้นโซเซียลมีเดียจนจะไม่น่าจะมีใครดูทันนะสิ ดังนั้น การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ทมี่จะมาสร้างคอนเทนให้เรานั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง
เมื่อนักการตลาดเลือกโซเซียลมีเดียที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของตนเพื่อทำการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์ได้แล้ว ก็ต้องทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายตามหมวดหมู่ของอินฟลูเอนเซอร์ที่เลือกเข้ามาร่วมในแคมเปญด้วย เพื่อการวางแผนกลยุทธ์ให้เหมาะสมตามหมวดหมู่ที่เลือกมา
ทั้งนี้ อินฟลูเอนฌซอร์ก็มีการแบ่งระดับตามชาร์ตด้านล่างนี้ โดยแบ่งตามจุดประสงค์การใช้งาน จำนวนผู้ติดตาม ประเภทกลุ่มและอิทธิผลที่มีต่อกลุ่มเป้าหมายตามขั้นตอนการตลาด (Marketing Funnel) เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมกับแคมเปยที่จะจัดทำ
Top Stars หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามมากกว่าล้าน ช่วยกระจายการรับรู้ได้ดี และสร้างการจดจำแบรดน์ให้ได้
Macro-influencers ในประเทศไทย คือ อินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตาม 100,000 ถึงล้านคน แต่เน้นที่การสร้างการมีส่วนร่วม (engagement) และยอดการรับชม (views) เป็นหลัก
Micro-influencersในประเทศไทย คือ อินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตาม 10,000 ถึง 100,000 และช่วยสร้างยอดคลิกและคอนเวอร์ชั่นได้ดี
ปิดท้ายปิรามิดนี้ด้วย nano-influencersหรือ อินฟลูเอนฌวอร์ที่มีคนติดตามน้อยกว่า 10,000 หรือเป็นผู้ใช้จริงนั้นเอง โดยกลยุทธ์การใช้อินฟลูเอนฌซอร์กลุ่มนี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ เข้าถึงตัวแบรนด์ และแสดงถึงความจงรักภัคดีต่อแบรนด์หรือ Loyalty ต่อผู้ติดตามของกลุ่มนี้ได้มากกว่ากลุ่มอื่นๆ
MarketingOopsสื่อที่นำเสนอแนวทางการตลาดออนไลน์เอง ก็มีการเน้นความสำคัญของการเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์แต่ละประเภทเอาไว้เช่นกันว่า
ผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิด (Key Opinion Leader): คือกลุ่มที่มีพลังการสื่อสารในกลุ่มเฉพาะเจาะจงและรู้จริงในเรื่องนั้นๆ เช่น กลุ่มแพทย์ผิวหนัง, ยานยนต์, สุขภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย
ไอคอน (Icon): คือกลุ่มที่มีฐานแฟนเหนียวแน่น กลุ่มคนที่จะซื้อตามอาจจะเพราะอยากสนับสนุนคนที่เราชอบ หรือบางคนเห็นแล้วอยากจะเป็นแบบไอคอนคนนี้บ้าง เช่นกลุ่มดาราวัยรุ่นยุคใหม่ เป็นต้น
Tribe Leader: คือกลุ่มคนที่มีพลังในการชักจูงคนในสังคมของตนเอง เปรียบเสมือนเป็นหัวหน้าทีมที่คนพร้อมจะเชื่อและคล้อยตาม เช่น Beauty Blogger หรือ Travel Blogger ต่างๆ
Social Peer: คือกลุ่มคนที่เป็นตัวเชื่อมสังคมรอบตัวเราที่มีระดับเดียวกับเรา กลุ่มนี้จะสามารถสร้าง Social Norm และ Word-of-mouth ได้สูง ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มในทวิตเตอร์ที่ไม่ว่าจะยอดผู้ติดตามเท่าไร แต่คนพร้อมจะซื้อตามถ้าหากมีคนพูดถึงแล้วสินค้าดีจริงๆ
ดังนั้นการทำการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์ในอนาคตจะไม่ได้ชี้วัดกันที่ตัวเลขอย่างเดียว แต่จะส่งผลไปถึงว่าใครที่จะวิเคราะห์ข้อมูลได้ลึกและแม่นยำมากกว่ากัน
ให้ AnyMind Group ประเทศไทยดูแลการตลาดให้คุณ นอกเหนือจากที่ AnyMind Group จะให้บริการกลยุทธ์และโซลูชั่นเพื่อการทำโฆษณาในโลกดิจิตอลด้วยเทคโนโลยีที่เราสร้างขึ้นเอง ผ่านบริษัทในเครืออย่าง AnyDigital, VGI AnyMind และ POKKT Mobile Ads เรายังพัฒนาต่อยอดธุรกิจของเราเพื่อรองรับการทำตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์ให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับนักการตลาดทุกท่านอีกด้วย
โดยเริ่มจากเดือนมีนาคม 2562 ที่เราได้ควบรวมบริษัทMoindy Digitalจำกัด เพื่อร่วมสร้างธุรกิจ AnyCreator (Formerly CastingAsia Creators Network) ที่นำเอาเหล่าผู้สร้างคอนเทน หรือ อินฟลูเอนเซอร์ ทั้งดารา นักร้อง บนโซเซียลมีเดียในประเทศไทย ทำให้ฐานข้อมูลอินฟลูเอนฌซอร์ของเรายิ่งกว้างขวางมากขึ้น
ส่งผลให้แพลตฟอร์มAnyTag ที่เป็นโซลูชั่นเพื่อการทำการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์ ตั้งแต่การค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมจากข้อมูลเชิงลึก การสร้างแคมเปญ การติดตามงานอินฟลูเอนเซอร์และตรวจสอบการสร้างคอนเทน รวบรวมรายงานผลลัพธ์จากทุกช่องทางโซเซียลมีเดียที่ใช้ในแคมเปญในที่เดียว ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
และเรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการดำเนินงานกับอินฟลูเอนเซอร์ ที่จะช่วยคุณวางกลยุทธ์ ประสานงาน และช่วยเหลือในการทำงานร่วมกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ให้งานออกมาราบลื่น ไม่ว่าบรีฟหรือเนื้องานจะยากแค่ไหนก็ตาม
Round-ups from other markets • Social media influencer marketing in Indonesia • Social media influencer marketing in Japan • Social media influencer marketing in Vietnam • Social media influencer marketing in the Philippines • Social media influencer marketing in Singapore • Social media influencer marketing in Hong Kong
Influencer verticals
Overview of influencer marketing in Thailand – Download here (Thai version)
Arts & Entertainment influencer report for Thailand – Download here
Fashion & Lifestyle influencer report for Thailand – Download here
Travel influencer report for Thailand – Download here
2021
State of Influence in Asia 2021 report – Download here
ต้องการรับคำปรึกษาด้าน Influencer Marketing หรือการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์ หรือสนใจโซลูชั่น AnyTag และอยากทดลองใช้แพลตฟอร์มของเรา เพียงกรอกข้อมูลด้านล่าง แล้วผู้เชี่ยวชาญของเราจะติดต่อกลับคุณทันที
Feb 26, 2026
Blog
AnyMind Group
Feb 3, 2026
Press Release
AnyMind Group
Feb 3, 2026
Press Release
Influencer Marketing